วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ล่องแก่งหินเพิง แหล่งล่องแก่งสุดมันที่ ปราจีนบุรี

ล่องแก่งหินเพิง ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8 -10 คนล่องในลำน้ำใสใหญ่ สภาพแก่งน้ำอยู่ในระดับ 3 -5 นักล่องแก่งจะต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการพายสูงเมื่อนักท่องเที่ยวติดต่อล่องแก่งกับผู้ประกอบการแล้ว ผู้ประกอบการฯ จะพานักท่องเที่ยว ไปยังบริเวณขญ. 9 (ใสใหญ่) และเดินป่าไปยังต้นน้ำ ระยะทางประมาณ 2.5
กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที จากนั้นจะเริ่มล่องแก่งมายังจุดสุดท้ายบริเวณ ขญ.9

สถานที่ตั้ง หน่วยพิทักษ์ป่า ขญ.9 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี
ลักษณะของสายน้ำ
แก่งหินเพิง เป็นแก่งหินตอนปลายสุด ของแม่น้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย ครั้นเมื่อถึงฤดูฝน กระแสน้ำ จะไหลหลากอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเกาะแก่ง ต่าง ๆ มากมาย

แก่งหินเพิงเป็นที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายกับสายน้ำ อันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม กระแสน้ำบริเวณแก่งหินเพิงจะไหลรุนแรงมาก

ความตื่นเต้น ท้าทาย การล่องแก่งสายนี้จุดเด่นอยู่ที่ตัวแก่งหินเพิงอันเป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ตัวแก่งหินเพิงมีลักษณะเป็นลานหินหักเทลื่นลงมาจนเกิดเป็นกระแสน้ำวนและเชี่ยวกราก ต้องใช้ความสามารถและทักษะในการพายเป็นอย่างยิ่ง

จากจุดเริ่มต้นเหนือแก่งหินเพิงลงมาจะผ่านแก่งวังบอน บริเวณนี้มีโขดหินสองฝั่งขวางกระแสน้ำอยู่ บีบให้กระแสน้ำเข้าหากัน เป็นรูปตัววี และถ้าผ่านแก่งวังบอนมาได้ กระแสน้ำหลังแก่งวังบอนจะไหลย้อนทิศทางตรงนี้สามารถพักเรือบริเวณนี้ได้ล่องเรือต่อมาจะพบกับแก่งลูกเสือ ซึ่งมีความสนุกสนานเร้าใจไม่แพ้แก่งหินเพิง และผ่านไปจนถึงแก่งวังไทร และ แก่งงูเห่าซึ่งเป็นแก่งสุดท้ายของการล่องแก่ง สายน้ำช่วงนี้แก่งวังไทรจะมีลักษณะเป็นคลื่นใหญ่ม้วนตัวขึ้นเป็นวง สร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้พอสมควร

แก่งต่าง ๆ ที่ล่องผ่าน

*แก่งหินเพิง เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ลักษณะหินของแก่งหินเพิง เป็นแก่งยาวประมาณ 150 เมตร ในช่วงฤดูฝน เป็นสุดยอดของการล่องแก่ง ทริปนี้

*แก่งผักหนามล้อม มีลักษณะเป็นวังน้ำขนาดใหญ่กระแสไหลวนไปมา

*แก่งวังบอน เป็นแก่งหินสั้น ๆ ยาวประมาณ 30 เมตร กระแสน้ำจะไหล ลาดเอียงลงมาประมาณ 30 องศาผ่านชั้นหินและเกาะต่าง ๆ จากนั้นน้ำจะไหล เอื่อย ๆ ลงมายังแก่งลูกเสือ

*แก่งลูกเสือ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำเล็ก ๆ มีร่องน้ำสามารถพายเรือยางผ่านไปได้ แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจากกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา

*แก่งวังไทร มีลักษณะเป็นแก่งหินกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ความกว้างของแก่งพอ ๆ กับแก่งลูกเสือ มีความลาดชันประมาณ 30 องศา กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆ แล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่น ต้องใช้ ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง

*แก่งงูเห่า ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าที่ ขญ.9 ถ้าปริมาณน้ำไม่มากนัก จะแลเห็นเกาะแก่งต่าง ๆ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำ จะไหลท่วมเกาะแก่งต่าง ๆ จนมีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ

การล่องแก่งหินเพิงส่วนมากจะมาขึ้นฝั่งกันบริเวณแก่งวังไทร เพราะมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำไว้บริการนักล่องแก่ง หรืออยากจะพักผ่อนนั่งรับประทาน อาหารกลางวันที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ก็ได้ เป็นอันสิ้นสุดการผจญภัยในแก่งหินเพิง

วิธีการช่วยเหลือตนเองเมื่อตกน้ำ ขณะ ล่องแก่ง

วิธีการช่วยเหลือตนเองเมื่อตกน้ำหากพลัดตกลงไปในน้ำ ควรจดจำวิธีการช่วยเหลือเพื่อนำไปปฏิบัติตามดังนี้
* พยายามว่ายน้ำเข้าหาเรือ หรือเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับอันตรายจากกระแสน้ำและแก่งหิน
* พยายามลอยตัวอยู่เหนือน้ำในท่านอนหงาย ยกขาสองข้างขึ้นในระดับผิวน้ำ เพื่อให้เสื้อชูชีพพยุงตัวให้ลอย
*ในขณะที่กำลังถูกน้ำพัดไปเรื่อยๆ ให้เหยียดขาไปตามด้านที่กระแสน้ำไหล เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากการกระแทกของหิน และค่อยๆเตะขาในน้ำ เพื่อช่วยชะลอความเร็วของกระแสน้ำที่พัด
*อย่างอเข่าหรือคว่ำหน้าเพราะจะทำให้ร่างกายไปกระแทกกับสิ่งที่อยู่ใต้น้ำได้
*หากไม่มีโอกาสว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง พยายามตั้งสติ และหาที่ยึดเกาะเพื่อรอเรือ หรือทีมช่วยเหลือมารับ
*หากตกในกระแสน้ำเชี่ยว ไม่ควรรีบเกาะเรือยางเพราะกระแสน้ำจะพัดพาเรือไปด้วยความเร็ว อาจได้รับอันตรายจากโขด

ข้อปฏิบัติที่สำคัญในการล่องแก่ง

1.ก่อนที่จะทำการล่องแก่ง เราควรศึกษาและสำรวจเส้นทางของลำน้ำ และกระแสน้ำที่ไหลอย่างดีเสียก่อนว่า สายน้ำที่ไหลและทิศทางของน้ำไหลผ่านจุดใด และจุดใดเป็นช่วงยากหรือง่ายของแก่ง
2.อุปกรณ์ในการล่องแก่งไม่ว่าจะเป็นแพยาง หรือ แพไม้ไผ่ ควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อนที่จะทำการล่องแก่ง
3. ก่อนการล่องแก่งควรฝึกซ้อมทักษะการพายเรือ การถ่อเรือ การจับไม้พาย และการนั่งการทรงตัวในเรือเสียก่อน
4. ควรมีความพร้อมในการเตรียมเครื่องป้องกันตัว โดยการสวมหมวกกันน๊อค เพื่อกันกระแทกบริเวณศรีษะ และเสื้อชูชีพเพื่อช่วยในการพยุงตัว หากเกิดหลุดจากแพ หรือเรือยาง
5.ส่วนเสื้อผ้าควรสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขาสั้น รองเท้าที่สวมควรเป็นรองเท้าที่มีสายรัดข้อเท้า ไม่ควรสวมรองเท้าแตะ
6.ในขณะล่องแก่ง ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้บังคับหัวเรือและท้ายเรือที่ให้สัญญาณบอกสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น
7.ควรมียาประจำตัวและยาสามัญประจำบ้านติดตัวไปด้วย
8.ฝึกกำลังใจให้เต็มที่ และตั้งสติ พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆในการล่องแก่ง
9.หากมีการรับประทานอาหาร หรือไปประกอบอาหารในป่า ควรเลือกรายการอาหารที่สะดวกง่ายและ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องกระป๋อง ภาชนะประเภทกล่องโฟม ขวดน้ำ พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว เพื่อลดขยะ และมลพิษ ทุกครั้งที่เก็บแคมป์ ควรดูแลความสะอาด พยายามให้พื้นที่กลับสู่สภาพเดิมให้มากที่สุด

ล่องแก่ง กิจกรรมท่องเที่ยวท้าทายความสามารถ

ล่องแก่ง เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวท้าทายความสามารถของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว และหนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนชอบความท้าทาย ชอบสัมผัสธรรมชาติ ชอบเดินป่าละก็ ล่องแก่งเป็นสิ่งที่ คุณไม่ควรพลาด แก่งต่างๆที่มีอยู่ในประเทศไทยมีอยู่มากมาย มีตั้งแต่ง่ายมาก จนกระทั่งยากสุดๆ ถ้าจะให้ดีควรจะไปเยือนทุกแก่ง เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเอง แต่ทั้งนี้ควรจะเริ่มผจญภัยตั้งแต่ แก่งที่ง่าย ไปแก่งที่ยากเพื่อความชำนาญ เหมือนการเรียนเลื่อนชั้น ที่สำคัญควรเตรียมพร้อมทั้งกำลังกาย และกำลังใจ ยิ่งถ้าจะให้สนุกก็คงต้องไปกันเป็นกลุ่ม แต่ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นก็ไม่ควรประมาท
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับนักล่องแก่งก็คือ
ล่องแก่งแม่ตื่น จ.เชียงใหม่ แก่งระดับ 3
ล่องแก่งแม่แตง จ.เชียงใหม่ แก่งระดับ 2-4
ล่องแก่งแม่กลอง จ.ตาก แก่งระดับ 2-3
ล่องแก่งทีลอเร จ.ตาก แก่งระดับ 3-4
ล่องแก่งเกาะร้อย จ.กำแพงเพชร แก่งระดับ 3
ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก แก่งระดับ 4-5
ล่องแก่งลำน้ำว้า จ.น่าน แก่งระดับ 3
ล่องแก่งห้วยเขย่ง จ.กาญจนบุรี แก่งระดับ 3
ล่องแก่งแม่น้ำรันตี (แพไม้ไผ่) แก่งระดับ 3
ล่องแก่งซองกาเรีย จ.กาญจนบุรี แก่งระดับ 3
ล่องแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี แก่งระดับ 3-4
ล่องแก่งโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี แก่งระดับ 2-3
ล่องแก่งน้ำตกมวกเหล็ก จ.สระบุรี แก่งระดับ 2-3
ล่องแก่งลำตะคอง จ.นครราชสีมา แก่งระดับ 2-3
ล่องแก่งพะโต๊ะ จ.ชุมพร แก่งระดับ 3
ล่องแก่งแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี แก่งระดับ 3
ล่องแก่งคลองกลาย จ.นครศรีธรรมราช แก่งระดับ 2-3
ล่องแก่งน้ำตกไพรสวรรค์ จ.ตรัง แก่งระดับ 3
ล่องแกงต้นน้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี แก่งระดับ 2-3

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ล่องแก่งแม่ละเมา เทือกเขาถนนธงชัย จังหวัดเชียงใหม่

ลำน้ำแม่ละเมาเป็นสายน้ำที่มีต้นกำเนิดจากลำห้วยหลายสาย จากเทือกเขาในเขตติดต่ออำเภอพบพระ อำเภออุ้มผาง ไหลไปทางทิศเหนือผ่านบ้านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด ไหลไปรวมกับลำห้วยแม่กาษา แล้วไปบรรจบกับแม่น้ำเมยที่บ้านวังผา อำเภอแม่ระมาด สามารถเข้าถึงได้โดยใช้เส้นทางสาย 105 (ตาก-แม่สอด) ประมาณ กิโลเมตรที่ 51 การล่องแก่งในลำน้ำแม่ละเมาจึงมีกิจกรรมให้ท่านได้เลือกหลากหลาย ได้แก่...

แก่งแม่ละเมาตอนบน : ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน ระดับแก่ง 3-4 ค่าบริการประมาณ 1,000 / คน (มากกว่า 8 คน) ฤดูกาลท่องเที่ยวคือช่วงเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม

แก่งแม่ละเมาตอนกลาง : ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ระดับแก่ง 2-3 ค่าบริการประมาณ 600 บาท / คน (มากกว่า 8 คน) สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี

แก่งแม่ละเมาตอนล่าง : ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ระดับแก่ง 2-3 อัตราค่าบริการประมาณ 450 บาท / คน สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้แก่ วัดโพธิคุณ ดอยมูเซอร์ ตลาดริมเมย

ทั้ง นี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือเขต 1 โทร. 0 5324 8604, 0 5324 8607, 0 5330 2500 โทรสาร 0 5324 8605, 0 5330 2501 e-mail : tatchmai@tat.or.th

ล่องแก่งต้นแม่น้ำกลอง

ที่ตั้ง อยู่ในเส้นทางสายแม่สอด-อุ้มผาง จ. ตาก ผ่านบ้านเจดีย์โค๊ะ อำเภอพบพระ สู่เส้นทางถนนลอยฟ้า 1,219